fbpx

ส่วนลดพิเศษ ประกันศูนย์

DEAL OF THE MONTH

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

LINE@ : @cameramaker

ความรู้เรื่องการถ่ายภาพ LANDSCAPE EP.9 การเลือกใช้ฟิลเตอร์แผ่นให้เหมาะกับงานแต่ละประเภท

การเลือกใช้ฟิลเตอร์แผ่นให้เหมาะกับงานแต่ละประเภท

ตามที่เราเคยอธิบายเรื่องของสถานการณ์ว่าเมื่อไหร่ควรใช้แผ่นฟิลเตอร์กันไปใน ความรู้เรื่องการถ่ายภาพ LANDSCAPE EP.8 โดยสถานการณ์หลักๆที่ใช้คือการแก้จุดบอดของแสง และสร้างเอฟเฟคของภาพ

โดยสถานการณ์ที่เราเอาฟิลเตอร์แผ่นมาแก้จุดบอด หรือความต่างของแสงที่มาก เราจะเลือกใช้ฟิลเตอร์แผ่น แบบ Graduated Neutral Density Filter หรือที่เรียกว่า แผ่น GND เป็นหลัก โดยจะมีแผ่นให้เลือกใช้งานหลักๆ อยู่ 4 แบบคือ Soft GND, Medium GND, Hard GND และ Reverse GND โดยแต่ละแบบจะมีความเข้มให้เลือกใช้งานที่แตกต่างกันไป ตามความชอบของช่างภาพ ซึ่งส่วนใหญ่จะเลือกใช้ความเข้มกันอยู่ที่ 2 Stop – 4 Stop

หลักเกณฑ์ในการพิจารณาว่าจะเลือกแผ่นแบบไหนมาใช้

1 สภาพแวดล้อม หรือภูมิทัศน์ ที่เรากำลังไปถ่ายเป็นอะไร

สภาพแวดล้อม หรือภูมิทัศน์จะเป็นตัวกำหนดว่าเราจะเลือกใช้แผ่นประเภทไหน เช่นถ้าเลือกถ่ายภูเขา วิวเมือง เราก็จะเลือก Soft GND หรือ Medium GND ตามความถนัดและชอบ แต่ถ้าไปถ่ายทะเล เราสามารถเลือก Hard GND ได้ สำหรับการถ่ายเจาะไปที่พระอาทิตย์ขึ้นหรือตกลับขอบฟ้า เราควรเลือกใช้ Reverse GND ดังนั้นสภาพแวดล้อมจะเป็นตัวบังคับการใช้งานของเราไปในตัว ช่วยให้เราสามารถเตรียมเลือกแผ่นให้เหมาะสมกับการใช้งาน

ตัวอย่างกรณีที่เราถ่าย Seascape ซึ่งงานแนวนี้จะมองเห็นเส้นขอบฟ้าเป็นจุดแบ่งของทะเลและท้องฟ้าชัดเจน เราก็เลือกที่จะใช้ฟิลเตอร์แผ่น GND แบบ Hard และในส่วนของความเข้ม ก็ต้องพิจารณาไปตามสภาพแวดล้อมในขณะนั้น กรณี Seascape ส่วนมากจะใช้แผ่นความเข้ม GND4 (0.6) หรือ 2 Stop

ตัวอย่างภาพด้านล่าง เป็นการใช้งานร่วมกับ NiSi Hard GND


F/22, 1 Sec, ISO200 + NiSi Hard GND8 (0.9)


F/11, 1/20 Sec, ISO200 + NiSi Hard GND8 (0.9)

2. พิจารณาความเข้มของตัวฟิลเตอร์แผ่น

เราควรจะเลือกใช้แผ่นที่มีความเข้มเท่าไหร่ เป็นสิ่งที่หลายคนที่เพิ่มเริ่มหัดถ่าย LANDSCAPE จะมีคำถามกันเยอะ ตัวอยางเช่น ในขณะที่กำลังจะถ่ายนั้น แสงมีความเปรียบต่างของท้องฟ้ากับพื้นดินสูง เราก็เลือกฟิลเตอร์แผ่นที่ GND8 (0.9) 3 Stop หรือถ้าแสงมีความเปรียบต่างไม่มากนักก็อาจเลือกใช้ฟิลเตอร์แผ่น GND4 (0.6) 2 Stop แทน แต่ถ้าเวลาที่เราไปถ่ายเน้นงานกลางวัน สถานที่เป็นฟ้าเปิดแดดแรงๆ เราอาจจะเลือกฟิลเตอร์แผ่น GND16 (1.2) 4 Stop เป็นต้น

ตัวอย่างภาพ


F/16, 1/6 Sec, ISO100 + NiSi Soft GND8 (0.9)


F/6.3, 1/160 Sec, ISO400 + NiSi Soft GND8 (0.9)


F/4, 1/250 Sec, ISO320 + NiSi Soft GND8 (0.9)


F/4, 1/250 Sec, ISO320 + GND Soft 0.9 + PS


F/5.6, 1/320 Sec, ISO200 + NiSi Soft GND8 (0.9)

การเลือกใช้แผ่น ND

โดยปกติแล้วฟิลเตอร์แผ่น Neutral Density (ND) จะมีความเข้มให้เลือกเยอะมากตามการใช้งาน ตั้งแต่ 2 Stop ไปจนถึง 20 Stop แล้วแต่ว่าเราต้องการความเข้มระดับไหน สำหรับท่านที่เลือกซื้อไม่ถูกสำหรับการเริ่มต้นใช้งานใหม่ๆ แนะนำให้เลือกจากความเข้มยอดฮิตที่นิยมกันก่อนคือ ความเข้มที่ 10 Stop และ ความเข้มที่ 6 Stop

สำหรับคนที่มีข้อสงสัยว่า เมื่อไหร่ควรใช้ความเข้มเท่าไหร่ดี อันนี้เราไม่มีกฏตายตัวในการเลือกซื้อ เพราะสภาพแสงของแต่ละประเภทจะแตกต่างกันไปตามสภาพภูมิประเทศ แต่ผมอาจจะให้คแนะนำแบบนี้ครับว่า ถ้าคิดจะทำ effect ภาพทะเลให้เป็นไอ ดูฟุ้ง เหมือนการต้มทะเล การทำเอฟเฟคให้คลื่นน้ำหายไป จนเหมือนได้ทะเลที่ใสเป็นกระจก หรือต้องการ effect ที่ทำให้เมฆไหลเหมือนคลื่น แนะนำให้ใช้ความเข้ม ND1000 (10 Stop) เพราะความเข้มที่ 10 Stop จะช่วยให้เราสามารถเปิด Shutter ได้นานและสามารถสร้าง effect ภาพดังกล่าวได้แน่นอน


F/22, 1/256 Sec, ISO50 + NiSi ND1000 (10 Stop)

แต่สำหรับคนที่ชอบถ่ายน้ำตก การถ่ายสายน้ำไหล ความเข้มที่ ND64 (6 Stop) น่าจะเป็นอะไรที่กำลงดี ไม่เข้มจนเกินไป ให้เอฟเฟคภาพของน้ำตกที่กำลังพอเหมาะ เนื่องจากน้ำตกบางส่วนอยู่ในพื้นที่ที่ไม่สว่างมากจนไปนั้นเอง


NiSi ND64 (6 Stop) / 60 sec.

ดังนั้นบางคนอาจจะชอบเอา ND64 ไปถ่าย Cityscape ด้วย เพื่อให้ได้ภาพที่มีความพลิ้วไหวของไฟรถมากขึ้น และเมื๋อ Process ภาพแล้ว จะได้ภาพที่มีความสมบูรณ์มากขึ้น

ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยฟิลเตอร์แผ่น ND64 (6 Stop) โดยเปิด Shutter ค้างเอาไว้ที่ 20 sec

ภาพด้านล่างเป็นภาพที่ใช้งาน ND64 (6 Stop) โดยเปิด Shutter ที่ 20 sec และผ่านการ process ภาพด้วย Photoshop เพื่อดึง contrast และความเข้มสี ซึ่งจะสามารถทำได้ง่ายขึ้น เพราะเนื้อไฟล์เดิมของภาพเก็บสีและแสงได้ครบถ้วนดั้งนั้นการทำงาน Process จะเป็นเรื่องง่ายกว่าเดิมมากๆ ช่วยประหยัดเวลาในการทำภาพมากขึ้น

ส่วนความเข้มที่มากและน้อยกว่านั้น ขึ้นอยู่กับสภาพแสงของภูมิทัศน์นั้นๆ เช่น ND8 (3 Stop) เป็นต้น สำหรับกรใช้งานถ่าย Portrait ในที่แสงแดดมาก เพื่อลดแสง และช่วยให้สามารถเปิดรูรับแสงที่มากขึ้นอีกด้วย

 

สิ่งที่ควรคำนึงถึงในการเลือกซื้อฟิลเตอร์แผ่น ND

ในปัจจุบันฟิลเตอร์แผ่นมีให้เลือกหลากหลายแบรนด์แตกต่างกันไป หน้าตารูปลักษณ์ภาพยนอกอาจจะเหมือนกัน ดังนั้นเราจะมีหลักอะไรในการพิจารณา

1. เลือกดูการ Coating สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการถ่ายภาพ Landscape คือความเที่ยงตรงของสี เนื่องจากการถ่ายภาพ Landscape เกือบ 70% เราจำเป็นต้องตั้งค่า Speed shutter ให้เปิดนาน หรือที่เรียกกันว่าลากสปีด เพื่อให้เห็น Movement และการเคลื่อนไหวของเมฆและทะเล รวมไปถึงการทำให้ทะเลเรียบแบบไม่มีคลื่นอีกด้วยสิ่งที่ต้องสังเกตุคือ ฟิลเตอร์นั้นมี IR Coating (Infrared Coating) หรือเปล่า เนื่องจากรังสีอินฟาเรดที่อยู่ในแสงธรรมชาติจะมีความเพี้ยนไปเนื่องจากเราเปิด Shutter speed ที่นานขึ้น ดังนั้นสีของภาพที่บันทึกได้จะมีควมเพี้ยนแตกต่างไปตามคุณภาพของฟิลเตอร์ แต่ถ้าฟิลเตอร์นั้น IR Coating (Infrared Coating) จะช่วยป้องกันให้ภาพมีสีที่ตรง และไม่เพี้ยน และช่วยประหยัดเวลาในการแต่งภาพหรือช่วยให้การทำงานของเราได้ภาพที่มีคุณภาพสูง

2. ตรวจสอบดูว่าฟิลเตอร์นั้นเป็น Optical Glass หรือเปล่า เนื่องจากฟิลเตอร์ที่ดีจะผลิตจาก Optical Glass แบบเดียวกับที่ที่ใช้ผลิตเลนส์ถ่ายภาพ ความใสและความคมชัดของฟิลเตอร์ที่มีคุณภาพจะให้ภาพระดับ High Definition ดังนั้นการเลือกซื้อ ควรหลีกเลี่ยงฟิลเตอร์ที่มีส่วนผสมอื่นๆ หรือสารที่ทำให้แข็งตัวในชิ้นแก้ว เช่นฟิลเตอร์ที่ผสมสารเคลือบแข็งที่ทำให้ตกไม่แตก หรือฟิลเตอร์ที่ไม่ได้ผลิตจาก Optical Glass แต่ผลิตจาก Laminate ที่ทำให้ตกไม่แตก เนื่องจากมีความเสี่ยงที่ภาพอาจจะไม่มีความคมชัดเพียงพอ

3. ควรดูว่าฟิลเตอร์ที่เราเลือกซื้อมี WaterProof Coating หรือไม่ เพราะงานถ่ายภาพ Landscape ส่วนใหญ่ต้องมีการถ่ายภาพที่สมบุกสมบัน หรือบางภาพเราต้องไปยืนอยู่ใก้น้ำตก หรือคลื่นจากน้ำทะเล ดั้งนั้นถ้าฟิลเตอร์ที่มีการเคลือบ Waterproof Coating แบบ Double Side จะช่วยเพิ่มความสะดวกในการถ่ายภาพแบบในทุกสถานการณ์

.

4. ควรดูว่าฟิลเตอร์ที่เลือกซื้อมีการสะท้อนแสงที่ต่ำมั้ย เราต้องมองหาฟิลเตอร์ที่เป็น Low Reflection เพื่อหลีกเลี่ยงเงาสะท้อนที่อาจมาซ้อนอยู่ในภาพขณะที่ทำการบันทึก เช่นเงาของเลนส์กล้อง เงาของตึก หรือเงากระจก ที่เกิดการสะท้อนเข้ามา เนื่องจากฟิลเตอร์ไม่มีการเคลือบแบบ Low Reflection เอาไว้

5. แผ่นฟิลเตอร์ ND ที่ดี สำหรับงาน Landscpe ควรมีตัวโฟม เพื่อช่วยกันแสงลอดผ่านในขณะที่ลาก speed shutter เพื่อเป็นการปกป้องอีกชั้นสำหรับการถ่ายภาพ เนื่องจากบางจังหวะอาจจะมีแสงจากมือถือหรืออุปกรณ์ต่างๆที่อยู่ใกล้ลอดเข้าไปได้ ดังนั้นการที่มีโฟมป้องกันแสงลอดผ่านเป็นการป้องกันอีกชั้นสำหรับการใช้งาน

 

สุดท้ายนี้ความสนุกของการถ่ายภาพ Landscape ไม่ใช่การรีบบันทึกภาพเพื่อให้ได้ภาพที่ต้องการอย่างเดียวแล้วเดินจากไป แต่เป็นการดื่มด่ำกับความสวยงามของธรรมชาติที่อยู่เบื้องหน้า และความสนุกกับการเดินทางพร้อมเพื่อน และการผจญภัยกับการเดินทางไปตามจุดต่างๆในการถ่ายภาพ ทางผู้เขียนขอให้ช่างภาพทุกท่านสนุกกับการเดินทาง และการถ่ายภาพนะครับ

สนใจเรื่องอุปกรณ์ถ่ายภาพ Landscape สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ Camera Maker เราเป็นตัวแทนนำเข้าและจัดจำหน่ายอุปกรณ์ถ่ายภาพชั้นนำในประเทศไทย โดยเฉพาะอุปกรณ์ถ่ายภาพ Landscape

ติดต่อได้ที่ Line ID : @cameramaker

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.