ส่วนลดพิเศษ ประกันศูนย์

DEAL OF THE MONTH

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

LINE@ : @cameramaker

วิธีเลือกอินฟาเรดฟิลเตอร์ IR Filter ให้เหมาะกับการใช้งานสำหรับช่างภาพ

วิธีเลือกอินฟาเรดฟิลเตอร์ IR Filter ให้เหมาะกับการใช้งานสำหรับช่างภาพ

IR Filter เป็นฟิลเตอร์อีกประเภทหนึ่งที่ช่วยให้เราสามารถเปิดมุมมองใหม่ๆของการถ่ายภาพได้ ด้วยแสงที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าที่ตกกระทบลงบนพื้นผิวของวัสดุต่างๆ โดยเฉพาะการถ่ายภาพ Landscape หรือ Cityscape เป็นอีกฟิลเตอร์หนึ่งที่เพิ่มขีดความสามารถของการถ่ายทอดมุมมองของช่างภาพออกมาได้แตกต่างจากเดิม

แต่อย่งที่ทราบว่า IR Filter หรือ อินฟาเรดฟิลเตอร์มีให้เลือกอยู่เยอะมากๆ การเลือกคลื่นแสงที่ตัดออกก็จะให้ผลที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นเรามาลองดูการว่าในแต่ละช่วงแสงที่นิยมเล่นกันให้ผลลัพธ์กันอย่างไรบ้างครับ

ฟิลเตอร์อินฟาเรด IR 590

ฟิลเตอร์อินฟาเรด IR 590 ให้แสงที่มองเห็นได้ผ่านมากขึ้น เนื่องจากตัดแสงที่ต่ำกว่า 590nm จึงยังมีแสงที่เป็น Visible Light ผ่านอยู่ตั้งแต่ 591nm ขึ้นไป ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแสงสีส้มและแดง เนื่องจากแสงที่ตามองเห็นอยู่ระหว่าง 400nm-700nm

ฟิลเตอร์อินฟาเรด IR 590 ทำหน้าที่ตัดแสงที่คลื่นความถี่ที่ต่ำกว่า 590nm (นาโนเมตร) โดยลักษณะสีของตัวฟิลเตอร์จะเป็นสีที่ออกแดงๆส้มๆแบบนี้ครับ

 

ดังนั้นตัวฟิลเตอร์อินฟาเรด IR 590 จึงให้สีสันที่สดใสที่สุด ช่วยให้ใบไม้มีสีเหลืองทองและท้องฟ้าเป็นสีฟ้าสดใส คอนทราสต์ของภาพขาวดำจะตำ่กว่าฟิลเตอร์อินฟาเรด IR ตัวอื่นๆที่ตัดแสง IR ที่เข้มกว่านี้

ดังนั้นฟิลเตอร์อินฟาเรด IR 590 นี้ดีสำหรับภาพทิวทัศน์ มีสีสันที่สดใสกว่า ทำให้มีความยืดหยุ่นสูงสุดในการประมวลผลภายหลัง ยังเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการถ่ายภาพบุคคล และภาพ Landscape โดยฟิลเตอร์อินฟาเรดที่ตัดแสงตื้น IR ไม่เยอะมากจะแสดงสีผิวได้ดีกว่าฟิลเตอร์อินฟาเรดที่ตัดแสงลึกกว่า ซึ่งช่วยสร้างภาพเอฟเฟคที่ดูชวนฝัน

 

ตัวอย่างภาพจาก Infrared Photography IR 590

 

Conway

Credit Picture from : Infrared Atelier’s Infrared Photography Blog

 

590nm Sandy Island

Credit Picture from : Infrared Atelier’s Infrared Photography Blog

 

590 nm PI

Credit Picture from : Infrared Atelier’s Infrared Photography Blog

 

ฟิลเตอร์อินฟาเรด IR 665

ฟิลเตอร์อินฟาเรด IR 665 เป็นฟิลเตอร์ที่ตัดแสงที่มีคลื่นแสงต่ำกว่า 665 ลงมา ตัวฟิลเตอร์เองยังยอมให้ Visible Light หรือแสงที่มองเห็นได้ผ่านอยู่ แต่ก็ค่อนข้างน้อยกว่าเมื่อเทียบกับ IR 590 ดังนั้นตัวแผ่นฟิลเตอร์จะมีสีทึบแสง คล้ายกับแผ่น ND

 

โดยฟิลเตอร์อินฟาเรด IR 665 ยังให้ผลของสีสันของภาพอยู่บ้าง เนื่องจากยังยอมให้ Visible Light ผ่านอยู่บ้าง ซึ่งตัวฟิลเตอร์อินฟาเรด IR 665 จะตัดแสงตั้งแต่ 665nm ลงมา ทำให้แสงที่ผ่านได้จะเป็นแสงที่ตั้งแต่คลื่นแสงช่วง 666nm ขึ้นไป ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว Visible Light ที่คนเราสามารถมองเห็นจะอยู่ประมาณ 400nm-700nm เท่านั้น ผลที่ได้คือ ภาพที่ถ่ายด้วยฟิลเตอร์อินฟาเรด IR 665 จะยังคงมีสีสันอยู่บ้าง แต่จะให้สีที่ซีดกว่า เทื่อเทียบกับ IR 590 โดยใบไม้จะมีสีเหลืองซีดลงและท้องฟ้ายังสีครามที่สว่างอยู่บ้าง แต่ไม่สดเท่า IR 590

 

ตัวอย่างภาพจาก Infrared Photography

Credit Picture from : Michael , www.astrosurf.com

Credit Picture from : Michael , www.astrosurf.com

 

ฟิลเตอร์อินฟาเรด IR 720

ฟิลเตอร์อินฟาเรด IR 720 หรือบ่างค่ายอาจจะใช้คำว่า IR 72 เป็นต้น เรียกได้ว่าฟิลเตอร์อนฟาเรดที่ตัดแสงตั้งแต่ช่วงแสง 720nm ลงมาเป็นต้นไป เป็นที่นิยมใช้กันมาก โดยเฉพาะงานขาวดำ ซึ่งจะให้สีแค่บางส่วน และให้คอนทราสต์ที่ดีมากๆสำหรับงานภาพถ่ายขาวดำ

ด้วยความที่ฟิลเตอร์อินฟาเรด IR 720 ตัดแสงตั้งแต่ 720nm ลงมาทำให้แผ่นฟิลเตอร์เป็นลักษณะเหมือนแผ่นทึบแสงที่เข้มกว่า เมื่อเทียบกับ IR 590 และ IR 665

ฟิลเตอร์อินฟาเรด IR 720 เหมาะกับการเลือกที่จะถ่ายภาพสีอ่อนๆ และขาวดำ โดยฟิลเตอร์อินฟาเรด IR 720 สามารถสร้างท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้มเกือบดำได้ และยังสามารถประมวลผลให้ภาพมีสีบ้างเล็กน้อย คนส่วนใหญ่ชอบฟิลเตอร์นี้สำหรับงานถ่ายภาพขาวดำแบบที่มีสีแซมเข้าไปเล็กน้อย และคอนทราสต์ที่ไม่จัดมาเกินไป

 

ตัวอย่างภาพจาก Infrared Photography

 

Credit Picture : ourshutterjourney.com

 

Credit Pircture from : Tomothy Wright / improvephotography.com

ฟิลเตอร์อินฟาเรด IR 830

ฟิลเตอร์อินฟาเรด IR 850 หรือบางคนอาจจะเรียกว่า Black&White เพราะฟิลเตอร์อินฟาเรดจะตัดแสงตั้งแต่ 830nm เรียกได้ว่าแสงที่เป็น Visible Light ทั้งหมดถูกตัดออก ลักษณะของฟิลเตอร์จึงเป็นแบบที่ทึบแสงมากๆแบบนี้

ฟิลเตอร์นี้เหมาะสำหรับการถ่ายภาพอินฟาเรดแบบขาวดำโดยเฉพาะ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้กล้องจะสร้างสีขาวและสีดำที่เด่นชัด พร้อมคอนทราสต์ที่ค่อนข้างเข้มในการถ่ายจากกล้องโดยตรงใน White Balanced ของกล้องที่ตั้งค่าแบบ Custom ซึ่งรูปภาพที่ออกมาจึงมีความใกล้เคียงกับภาพขาวดำมากๆ ซึ่งจะเหมาะมากคนที่ชื่นชอบงานขาวดำ เพราะผลลัพธ์ที่ได้จากฟิลเตอร์อินฟาเรด IR 830 จะใกล้เคียงกับฟิลม์อินฟาเรด B&W สมัยก่อนมากๆ

 

ตัวอย่างภาพจาก Infrared Photography

Credit Picture from : Mark Hilliard Atelier’s Blog

 

Credit Picture from : Mark Hilliard Atelier’s Blog

 

ควรเลือกซื้อฟิลเตอร์อินฟาเรด IR ที่ความเข้มเท่าไหร่ดี

สิ่งที่ควรพิจารณาเป็นอันดับแรกๆคือ เราต้องตัดสินใจก่อนว่าเราจะเลือกถ่ายภาพแบบขาวดำ หรือแบบมีสีด้วย ซึ่งการเลือกนี้ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคล ไม่มีผิดหรือถูกแล้วแต่ความชอบ ดังนั้นการถ่ายภาพอินฟาเรดก็เหมือนงานศิลปะ ที่ถ่ายทอดความชอบและอารมณ์ของภาพที่แตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล

ถ้าคุณเลยจะถ่ายอินฟาเรดแบบขาวดำ ควงเลือกฟิลเตอร์อินฟาเรด IR 830 เพราะว่าจะตัดแสง Visible Light ออกไปทั้งหมด และให้คอนทราสต์ของภาพขาวดำที่เข้ม เหมาะกับคนที่ชื่นชอบภาพถ่ายขาวดำอินฟาเรดมากๆ

แต่ถ้าคุณชอบให้ภาพอินฟาเรดแบบมีสีด้วย ก็สามารถพิจารณาได้ 3 ตัวครับ คือ ฟิลเตอร์อินฟาเรดที่ความเข้ม IR 590, IR 665 และ IR 720 ตามลำดับความเข้มจากอ่อนขึ้นมาเข้ม

พอเป็นภาพอินฟาเรดที่เป็นแบบมีสีเราสามารถพิจารณาจากความชอบของเราเป็นหลัก โดยฟิลเตอร์อินฟาเรด IR 590 จะให่สีสันที่สดใสที่สุด แต่ถ้าต้องการสีที่ซีดลงมาก็จะเป็น ฟิลเตอร์อินฟาเรด IR 665 ดังนั้นถ้าชอบให้ใบไม้เป็นสีเหลืองทั้งเข้มและซีดก็ควรเลือกระหว่าง IR 590 และ IR 665

แต่ถ้าต้องการให้การถ่ายภาพอินฟาเรดแบบมีสี โดยต้องการให้ใบไม้ออกมาเป็นสีขาว และท้อง้าเป็นสีคราม แนะนำว่าต้องใช้ฟิลเตอร์อินฟาเรด IR 720 ครับ น่าจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสุด

จากที่กล่าวมาเป็นหลักการพิจารณาสำหรับการเลือกฟิลเตอร์อินฟาเรดสำหรับ IR Photography ทุกอย่างไม่มีผิดถูกครับ เลือกตามความชอบ และสีที่ต้องการ การถ่ายภาพเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง ขอเพียงเราสนุกกับมันก็เป็นเรื่องที่ดีครับ

สำหรับใครที่มีข้อสงสัยกับการเลือกฟิลเตอร์อินฟาเรด หรือ IR Photography สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ Camera Maker ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายอุปกรณ์ถ่ายภาพและอุปกรณ์ซีนีม่าชั้นนำหลากหลายชนิด ติดต่อ Line ID : @cameramaker

หรือถ้าต้องการเลือกหาข้อมูลฟิลเตอร์เพื่อใช้งานการถ่ายภาพอินฟาเรด คลิก Link นี้เลยครับ

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Main Menu