ส่วนลดพิเศษ ประกันศูนย์

DEAL OF THE MONTH

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

LINE@ : @cameramaker

รีวิวกระเป๋ากล้อง F-STOP AJNA Redbull Photography กับการใช้งานจริงภาคสนาม

รีวิวกระเป๋ากล้อง F-STOP AJNA Redbull Photography กับการใช้งานจริงภาคสนาม

รีวิวนี้เป็นรีวิวที่อยากเขียนมากๆครับ หลังจากใช้ผลิตภัณฑ์ตัวนี้มาพอสมควร บอกได้เต็มปากว่าของเค้าดีจริง ไม่เคยนึกมาก่อนว่าแค่กระเป๋าใบนึงมันจะสร้างความประทับใจให้มากมายถึงเพียงนี้… ตั้งแต่นี้เป็นต้นไปคงติดอยู่กับยี่ห้อนี้อีกนาน จนกว่าจะมีของที่ดีกว่า ซึ่งผมคิดว่าคงจะไม่ใช่เร็วๆ นี้แน่นอน…

มาคราวนี้ผมจะมาพูดถึงกระเป๋ากล้องที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในหมู่ช่างภาพตอนนี้ ก็คือแบรนด์ F-Stop

ผมเองได้ยินชื่อนี้ครั้งแรกจากอาจารย์นันท์ (Atomic Zen) ซึ่งในขณะนั้น ยังไม่มีตัวแทนนำเข้ามาขายในประเทศไทย ราคากระเป๋าบวกค่าส่งสูงกว่ากระเป๋าทั่วไปที่ขายอยู่ตามร้านในไทยพอสมควร ตอนนั้นเลยคิดเพียงแค่ว่า ของเก่าก็ยังพอไหว ใช้ๆ ไปก่อนแล้วกัน

ต่อมาไม่นานก็ได้ยินผู้คนพูดถึงกันเรื่อยๆ ว่ามันดีอย่างนั้นดีอย่างนี้… เป็นของที่ต้องมี… เป็นตัวจบ… ผมก็เริ่มจะเอะใจ และสนใจมันขึ้นมาเสียแล้ว…

จนกระทั่งทีมงานของ Camera Maker ให้ไปทดลองใช้ใบนึง เป็น F-Stop รุ่น AJNA (RedBull Photography) โดยกระเป๋ากล้องและกระเป๋าเดินทาง F-Stop RedBull นี่เป็นรุ่นพิเศษที่ F-Stop ร่วมมือกับ Red Bull ทำขึ้นมาครับ เป็นสีพิเศษที่ทำออกมาจำนวนจำกัด หมดแล้วหมดเลย ไม่มีผลิตสีนี้เพิ่มครับ

F-Stop AJNA Redbull Photography เป็นสีเทาเข้ม สายขาวเทาอ่อน แถบแดงเลือดหมู เรียกว่าอย่างสวยเลย แถมเป็นรุ่นลิมิตเต็ดที่มีจำนวนน้อยมาก และตอนนี้มีเหลือในไทยที่เดียว เพราะล๊อตสุดท้ายที่ผลิตทาง Camera Maker เป็นเจ้าที่เหมามาทั้งหมด และตอนนี้เหลือไม่กี่ใบแล้วครับ

ผมเองได้เอาไปใช้ 3 ทริปที่อิตาลี, โบรโม่และภูกระดึง จนคิดว่าตัวเองเข้าใจมันพอสมควรแล้วจึงเขียนรีวิวขึ้นมาครับ

ข้อดีของกระเป๋า F-STOP

ข้อดี บอกเลยว่ามีเพียบครับ เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังเป็นช่วงๆ ไป ส่วนข้อเสียซึ่งจริงๆ จะพูดว่าเป็นข้อเสียก็พูดไม่ได้เต็มปากนัก คือเรื่องราคานั่นเอง แต่ถ้าสู้ราคาไหว บอกเลยครับว่าคุ้มค่าจริงๆ

ปล. ภาพใบนี้คือทีมที่ไปอิตาลีด้วยกันครับ ใช้ F-Stop ทุกคนโดยไม่ได้นัดกันล่วงหน้า และทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันเลยครับว่า เป็นกระเป๋ากล้องที่ดีที่สุดที่เคยใช้มา

ในทีมนี้คนที่โหลดน้ำหนักเบาสุดคือราว 9 กก. และคนที่โหลดน้ำหนักมากสุดคืออาจารย์นันท์ (Atomic Zen) ราวๆ 14-15 กก. ทุกคนกลับถึงบ้านโดยไม่มีอาการเจ็บหลังและไหล่จากการสะพายกระเป๋าที่ต้องโหลดน้ำหนักเยอะเลย

กระเป๋ากล้อง F-STOP ออกแบบการกระจายน้ำหนักได้ดีมากๆ ตั้งแต่ใช้กระเป๋ากล้องมา

เรื่องแรกเลยที่ผมชอบมากๆ คือ เรื่องของการกระจายน้ำหนัก มาถึงตรงนี้ขอนอกเรื่องนิดนึงครับ

เมื่อปีที่แล้วผมไปเที่ยวภูกระดึง และแบกกระเป๋ากล้องขึ้นไปเอง ตอนนั้นใช้ยี่ห้อ(ขอใช้ตัวย่อ) “TT” ซึ่งกระเป๋าของเค้าก็ดีครับ ผมมี 3 ใบเลย ไซซ์เล็ก กลาง ใหญ่ แต่มันเป็นเป้ที่ไม่เหมาะกับการโหลดของเยอะๆ เพื่อเดิน Trek ไกลๆ

ผมไปคราวที่แล้วแบกราว 8-9 กก. แค่วันแรกก็เริ่มมีอาการหน่วงๆ ที่ไหล่ วันที่สองเป็นต้นไปนี่ไม่ต้องพูดถึงเลยครับ ไหลชากันเลยทีเดียว เพราะน้ำหนักของเป้ที่มาก และใช้ไหล่จุดเดียวในการรับน้ำหนัก พอไหล่ชาก็พยายามใช้มือดันสายให้ตึงเพื่อให้น้ำหนักไปลงที่กลางหลังบ้าง สุดท้ายเจ็บทั้งไหล่ ทั้งหลัง… กลับมาถึงกรุงเทพ รู้สึกเจ็บต่อไปอีก 3 วันเต็มๆ

แต่พอมาใช้กระเป๋า F-STOP แบกอย่างเยอะ แต่ขอบอกเลย ไม่มีอาการปวดไหล่และหลังเลย

เคล็ดลับการกระจายน้ำหนักของกระเป๋า F-STOP

กระเป๋าเป้ของ F-Stop ในซีรี Mountain จะมีสายคาดเอวทุกรุ่นครับ ซึ่งเจ้าสายคาดเอวนี่เลยเป็นหนึ่งพระเอกหลักของเรื่องการกระจายน้ำหนัก ไม่ให้ไหล่รับภาระอยู่แค่ฝ่ายเดียว

และพระเเอกอีกคนคือ ด้านในเป้จะมีอลูมิเนียมที่เป็นโครงอยู่ในกระเป๋าด้วย เค้าเครมไว้ว่านอกจากดันทรงของกระเป๋าแล้ว ยังทำให้บาลานซ์ของน้ำหนักดีขึ้นด้วย

ถามว่าการใช้เป้ F-Stop มันทำให้น้ำหนักเบาลงหรือไม่ แค่คิดก็ได้คำตอบแล้วครับว่าน้ำหนักมันก็เท่าเดิมนี่แหละ เราสะพายไปนานๆ ก็ล้าเหมือนกัน

แต่ข้อแตกต่างเลยคือเราไม่เจ็บครับ นั่นแปลว่าเมื่อเราล้า เราก็พักด้วยการปลดกระเป๋าลง พอรู้สึกดีขึ้นก็ไปต่อ การทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จะทำให้เราไม่เจ็บครับ ก่อนหน้าที่จะได้ F-Stop มาผมเคยแบกหนักสุดราว 9 กก. เดินไม่กี่กิโลเมตร ก็เริ่มออกอาการ

ในขณะที่ตอนไปอิตาลีและใช้ F-Stop แบกราว 13-14 กิโลกรัม เดิน 8 วันเต็ม ระยะทางทั้งทริปรวม 108 กิโลเมตร กลับมาถึงบ้านไม่มีอาการเจ็บใดๆ ทั้งสิ้น อันนี้ประทับใจสุดๆ สมกับที่เค้าลือกันจริงๆ ครับ…

ข้อดีของสายคาดเอวอีกข้อคือ ในบางจังหวะที่เราไม่อยากวางกระเป๋าลงบนพื้น จะด้วยเหตุผลใดก็แล้วแต่ครับ เรารัดสายคาดเอวไว้แล้วเหวี่ยงเป้มาทางด้านหน้าเพื่อเปิดหยิบเอากล้องได้เลย… สะดวกและได้ใจมากๆ…

กระเป๋า F-STOP ออกแบบมาสำหรับสายลุยจริงๆ

ส่วนเรื่องที่สองที่ชอบมากคือ เรื่องของการกันน้ำ ตอนไปอิตาลีมีช่วงนึงที่ฝนตก ผมไม่มี Rain Cover เลยต้องเดินตากฝนไปราว 10 นาที ถึงจะเป็นระยะเวลาที่ไม่มากนัก แต่เพียงพอเหลือเฟือที่จะทำให้กระเป๋าเปียกชุ่มทั้งใบ และดูจากภายนอกนี่ มันเปียกเลยครับ ย้ำว่ามันเปียกเลย ฮาๆๆ…

ผมคิดในใจว่า เอาแล้ว แบบนี้ข้างในไม่เหลือแน่นอน แต่พอถึงที่พัก ลองเปิดดูก็ไม่มีอะไรครับ ตอนนั้นสารภาพเลยว่าไม่มั่นใจในเรื่องกันน้ำเลย หลังจากนั้นผมไปถ่ายน้ำตกแถวโบรโม่ที่อินโดนีเซีย ละอองน้ำแรงมาก ถึงจะไม่หนักเหมือนฝนตกใส่ แต่ก็เปียกทั้งกระเป๋าเหมือนเดิม วันต่อมาเดินทางไปโบรโม่ซึ่งที่นั่นฝุ่นเยอะมาก กระเป๋าชื้นๆ บวกขี้ฝุ่นดำๆ… กระเป๋าเน่าเลยครับ ความใหม่ที่หวงแหนจบลงในพริบตา

กลับมาถึงไทย ผมตัดสินใจซัก ถึงแม้ว่าจะเคยได้ยินคนบอกว่าอย่าซัก แต่ไม่ไหวจริงๆ ครับ สภาพแบบนี้ และจุดนี้เองที่ทำให้ผมมั่นใจว่ากระเป๋ากันน้ำจริงๆ ผมใช้สายยางฉีดน้ำเต็มที่พร้อมกับใช้แปรงขนอ่อนขัด ด้านนอกเปียกซกชนิดที่น้ำหยดติ๋งกันเลย

แต่พอผมเปิดดูด้านใน ปรากฏว่าแห้งสนิทครับ แห้งจริงๆ เลยทำให้รู้ว่ามันกันน้ำได้จริงด้วย ทริปล่าสุดที่ไปภูกระดึงมา ผมเลยจัดซะเต็มที่เลย ฝนตกก็เดินต่อแต่มั่นใจว่าข้างในไม่เป็นอะไรแน่นอน…

พอมั่นใจเรื่องการกันน้ำ ผมก็ปล่อยเต็มที่เลยครับ ฉะนั้นเรื่องฝนหยดๆ แบบนี้ ไม่มายครับ วางเป้แล้วไปเดินถ่ายได้เลย…

ปล. กระเป๋าสีเขียวขี้ม้า เป็นของรุ่นพี่อีกคนที่ไปด้วยกันครับ รุ่น F-STOP TILOPA…

เนื้อผ้า F-STOP ทอมาอย่างหนา พร้อม Coating มาด้วย เรียกว่าพร้อมลุยจริงๆ

ลักษณะของเนื้อผ้า F-Stop ที่ใช้ตัดเย็บ จับดูแล้วรู้เลยครับว่าทำมาจากวัสดุที่ดีมากๆ โอกาสที่จะเปื้อนแบบฝังลงในเนื้อผ้ามีน้อยกว่ากระเป๋าทั่วๆ ไป…

ฉะนั้น เศษดินเศษโคลนเล็กน้อยแบบนี้สบายมากครับ ไม่ต้องปัดออก ปล่อยให้เป้แห้ง มันก็จะค่อยๆ หลุดออกไปเอง… ซึ่งถ้าเป็นกระเป๋าผ้าทั่วไป มีซึมเข้าเนื้อผ้าแน่นอนครับ…

จัดเต็มกับเรื่องความจุกระเป๋า F-STOP เรื่องนี้เค้าเป็นต้นแบบเลยครับ

F-Stop AJNA Redbull Photography เรื่องความจุนี่ ผมลองเอาของทั้งหมดที่เห็นนี่ใส่ลงไปในเป้ได้ทั้งหมดครับ ส่วนเรื่องน้ำหนักที่โหลดได้มากสุดนั้นผมไม่แน่ใจ แต่เท่าที่ผมใช้งานจริง ประมาณ 13-14 กก. เดิน Trek ไกลๆ พร้อมทั้งใช้งานแบบสมบุกสมบัน ยังไม่มีส่วนไหนขาดชำรุดเสียหาย นอกจากมีรอยเปื้อนบ้างนิดหน่อยเท่านั้นเองครับ…

กระเป๋า F-STOP สามารถเลือกจัดกระเป๋าได้ตามความต้องการใช้งานในแต่ละทริป

ฟังก์ชั่นจุใจ เอาใจช่างภาพสุดๆ

ส่วนเรื่องปลีกย่อยทั่วไปนั้น แต่ละเรื่องได้ใจทั้งนั้นเลยครับ F-Stop AJNA Redbull มีช่องด้านข้างตัวกระเป๋าใส่ขาตั้งได้ รัดสายสองเส้นที่ติดมากับกระเป๋า ขาแน่นกระชับไปกับตัวกระเป๋าเลยครับ เดินคล่องตัวไม่ต้องถือหรือสะพายให้เกะกะ และขอบอกว่ามันกระชับมากจริงๆ ครับ ไม่เหวี่ยงไม่คลอน เวลาเอาออกมาใช้งานก็สะดวก ปลดคลิปล็อคสายรัดบนล่าง แล้วดึงขาออกมาได้เลย

สาย Treking ต้องมาแล้ว เพราะมาพร้อมช่องต่อสายน้ำในตัว พร้อมที่ Lock ที่สายสะพาย

สำหรับรุ่น AJNA Redbull Photography ด้านในมีซองใส่ถุงน้ำดื่มด้วย อันนี้เป็นอีกเรื่องที่พอได้ลองใช้ ผมชอบมากๆ ก่อนออกเดิน Trekking ผมมักจะเอาเกลือแร่ผสมน้ำใส่ไว้ในถุง แล้วหย่อนไว้ในช่องของเป้อีกที ด้านบนของกระเป๋าเค้ามีช่องเอาไว้ให้สอดท่อดูดน้ำออกมาด้านนอก และมีคลิปล๊อคท่อที่สายสะพายของกระเป๋าอีกที เรียกว่าดีไซน์มาดีมากๆ…

และในเหตุการณ์จริง ระหว่างเดิน Trekking ถ้าอยากจิบน้ำซักนิด ก็หยิบท่อดูดน้ำมาจิบได้เลย โดยที่ไม่ต้องหยุดและปลดกระเป๋าลงเพื่อหยิบขวดน้ำ มันทำให้เราคล่องตัวขึ้นอีกเยอะเลยครับ…

ปล. ถ้าใครชอบเดิน Trekking แนะนำให้ผสมเกลือแร่ลงในน้ำดื่ม เพราะตอนเดินเราจะเสียเหงื่อไปมาก การดื่มน้ำที่มีเกลือแร่จะช่วยชดเชยให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นขึ้นและลดอาการอ่อนล้าได้เยอะเลยครับ…

เปิดได้ทั้งด้านบน และด้านหลัง สะดวกในการจัดของ

ด้านบนกระเป๋าจะมีสองช่อง ช่องที่เปิดซิปใหญ่ อันนี้จะมีพื้นที่เหลือเยอะไหมขึ้นอยู่กับว่าเราเลือกใช้ ICU ขนาดไหน ถ้าเราเลือก ICU ขนาดใหญ่ ช่องว่างตรงนี้ก็จะเหลือน้อยหน่อยเป็นต้น แต่มันเป็นช่องที่ผมคิดว่า F-Stop เล่นกับความรู้สึกของผู้ใช้ได้ดีมากๆ

ผมใช้ ICU รุ่น Pro Large ทำให้เหลือพื้นที่ช่องดังกล่าวอยู่อีกประมาณ 20-25% ซึ่งมันเป็นช่องที่แล้วแต่เราจะเลือกจัดการได้ด้วยตัวเองเลยว่าจะเอาอะไรใส่ลงไป

มันทำให้กระเป๋ามีความเข้ากับผู้ใช้ได้มากยิ่งขึ้นเนื่องจากสามารถคอนโทรลเองได้ส่วนนึง ซึ่งในส่วนนี้ผมเองมักจะใส่ Filter ระบบ 150 มม. และยังมีที่ว่างเหลือให้ใส่เสื้อผ้ากันหนาวได้อีกตัวสองตัว พร้อมขนมกินเล่นนิดหน่อย เป็นต้น

ในส่วนของช่องฝาบนจะเป็ยซิปกันน้ำ ใส่ข้าวของได้พอประมาณ แต่ควรจะเป็นของชิ้นเล็กๆ ซึ่งก็เหมาะมากเลยถ้าจะเก็บ Memory Card, แบต, ไฟฉาย, โทรศัพท์ หรืออะไรก็แล้วที่จำเป็น และต้องหยิบใช้บ่อยๆ…

บางช่องก็ออกแบบมาลับมาก จนไม่รู้ว่ามีซ่อนเอาไว้ด้วย

ด้านล่างสุดของกระเป๋ามีช่องบางๆ ไว้ให้ใส่ของได้อีกช่อง… ซึ่งช่องนี้เอาไว้เก็บถุงดำ เสื่อพลาสติก หรือผ้ายางไว้รองกระเป๋าได้พอดีมากๆ

ต้องบอกว่าเค้าเข้าใจคนใช้งาน และคนเดินทางมากๆ เพราะเราสามารถเก็บ Rain Cover ในช่องนี้ได้เลย โดยไม่ไปเปียกกับของอื่นๆในกระเป๋า

Rain Cover ที่ใส่คลุมแล้วยังใช้กระเป๋าสะพายได้เหมือนเดิม ไม่เกะกะ

ถึงแม้ตัวกระเป๋าจะป้องกันน้ำได้ แต่ถ้าใครห่วงกระเป๋าว่ามันจะเปียกหรือเปื้อน ก็สามารถหาซื้อ Rain Cover มาใช้ได้ครับ แต่ต้องซื้อแยกครับ ไม่ได้แถมมาด้วย…

จุดต่อเชื่อมรอบกระเป๋าออกแบบให้สามารถยึดกับอุปกรณ์ Outdoor ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไม้ Hiking หรือ Surfboard รวมไปถึงกระเป๋าเสริมต่างๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการถ่ายภาพ

ที่สายคาดเอวสามารถใช้เป็นจุดพ่วงกับกระเป๋าอื่นๆ ได้ด้วย เช่นกระเป๋า F-Stop รุ่น Navin เป็นต้น

ปล. F-Stop Navin จะเป็นกระเป๋าใบเล็กที่ใส่กล้องกับเลนส์ได้แค่ชุดเดียว เหมาะสำหรับความคล่องตัวสูง… เมื่อเราถอดสายสะพายออก สามารถเอามาติดกับตัวกระเป๋า F-Stop ซีรี่ Mountain ได้ด้วย… แหล่มเลยครับ…

ในส่วนที่เก็บของเบ็ดเตล็ดทั่วไป F-STOP ก็จะมีออกแบบมาด้วยเช่นเดียวกัน

– ด้านในของฝาปิดมีช่องให้ใส่ Pass Port และเงินสดด้วย เป็นช่องที่ดูแล้วรู้เลยว่าทำมาเพื่อป้องกันของสำคัญโดยเฉพาะ

– นกหวีดที่ซ่อนอยู่บนสายคาดหน้าอก เล็กจนมองแทบไม่เห็น แต่เสียงดังเอาเรื่อง ในสภาวะปกติคงไม่ได้ใช้ แต่ถ้าตกอยู่ในสถานการณ์จำเป็น เช่นเกิดอุบัติเหตุและต้องการความช่วยเหลือ กรณีนี้คิดว่ามีประโยชน์มากทีเดียวครับ

– ด้านหน้าของกระเป๋ามีช่องใหญ่อีกช่อง(ซิปแดง)ที่ผมเองชอบเอาเสื้อผ้าไปใส่ไว้ ใส่เสื้อหนาๆ ได้ 2 ตัวทำหน้าที่เป็นตัวรองนุ่มๆ ให้กระเป๋าได้อีกชั้น

– ห่วงที่สายสะพาย รวมทั้งที่สายคิดเอวไว้เกี่ยวกับอุปกรณ์พ่วงทั้งหลายแหล่ แล้วแต่จะเลือกใช้กันเลยครับ

สรุปแบบมัดรวมเลย

กระเป๋ากล้องและกระเป๋าเดินทางสำหรับช่างภาพสายลุย F-Stop เป็นกระเป๋ากล้องที่ได้รับการดีไซน์มาเพื่อช่างภาพจริงๆ และไม่ได้เป็นการดีไซน์เอาจากความรู้สึกครับ เป็นการดีไซน์ที่ใช้งานแล้วรู้เลยว่า ได้เหล่าช่างภาพมือฉมังเป็นฟีดแบคแน่นอน

เพราะสามารถแก้ปัญหาต่างๆ ได้ครอบคลุมมาก ครอบคลุมจนผมเองหาที่ที่จะตำหนิไม่เจอกันเลยทีเดียว… สายลุย สายแลนด์ ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

เอาเป็นว่า 10/10 ไปเลยครับ… เป็นผลิตภัณฑ์ที่เค้าออกแบบมาโคตรดีจริงๆ…

สุดท้ายหละ

สามารถเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจได้ที่ Link นี้เลยครับ “CLICK

หรือถ้ามีคำถามอะไรก็ทิ้งไว้ได้ที่ Line ID : @cameramaker

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Main Menu