ส่วนลดพิเศษ ประกันศูนย์

DEAL OF THE MONTH

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

LINE@ : @cameramaker

ถ่ายภาพเมฆไหล ทะเลหมอก และแสงเทพยังไง ให้ภาพถ่าย Landscape สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

ถ่ายภาพเมฆไหล ทะเลหมอก และแสงเทพยังไง ให้ภาพถ่าย Landscape สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

ถ่ายภาพเมฆไหล ทะเลหมอก และแสงเทพยังไง ที่จะช่วยสร้างสรรค์และเติมเต็มองค์ประกอบของภาพถ่าย Landscape ให้ดึงดูดสายตาและน่าสนใจยิ่งขึ้น เพราะสิ่งเหล่านี้ก็นับเป็นส่วนสำคัญที่จะเสริมสร้างให้ภาพถ่ายของเราสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ซึ่งการจะได้ภาพแนวนี้ปกติแล้วจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมและเตรียมตัวกันสักหน่อย ทั้งการเลือกสถานที่ จัดตารางเวลา และเตรียมอุปกรณ์ถ่ายภาพให้พร้อม แต่ก็ไม่ได้ยากจนเกินความสามารถ และวันนี้เองผมจะมาช่วยเพื่อนๆ ออกไปเก็บภาพเมฆไหล ทะเลหมอก และแสงเทพ ด้วยเทคนิคและวิธีการง่ายๆ ที่ใครๆ ก็ถ่ายได้

ภาพถ่ายโดย Aron Visuals จาก Pexels

1. ถ่ายภาพเมฆไหล ทะเลหมอก และแสงเทพที่ไหนดี

สถานที่และโลเคชัน เป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆ ของการถ่ายภาพ Landscape ทุกประเภท ทุกแบบ และทุกแนวเลยก็ว่าได้ เพราะไม่ใช่ว่าที่ไหนก็ได้ เพราะการจะหาองค์ประกอบที่สมบูรณ์แบบในการเก็บภาพวิวทิวทัศน์สวยๆ สถานที่ก็ถือเป็นองค์ประกอบอันดับต้นๆ เลยที่ช่างภาพจะต้องพิจารณาและวางแผนให้ดี ทั้งเรื่องการเดินทางและช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเก็บภาพ Landscape โดยเฉพาะการเก็บภาพเมฆไหล ทะเลหมอก และแสงเทพ

    • ทะเลหมอกและเมฆไหล

โดยปกติแล้วหากเป็นการถ่ายภาพเมฆไหลและทะเลหมอก สถานที่อย่างอุทยานแห่งชาติและภูต่างๆ ก็เป็นคำตอบที่ดีและเหมาะสมที่สุด สถานแวดล้อมของสถานที่เหล่านี้เอื้อต่อการถ่ายภาพ Landscape อยู่เป็นทุนเดิม แต่อาจจะมีบางช่วงเวลาที่ต้องระวัง อย่างหน้าฝน หรือหน้าร้อน ที่จะมีพายุซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการถ่ายภาพ หรือมีเพียงหมอกจางๆ เมื่อเทียบกับฤดูหนาวที่หลายคนนิยมไปเก็บภาพทะเลหมอกกัน ซึ่งในฤดูหนาวนี่เอง แม้แต่เมืองใหญ่ หากมีช่วงจังหวะดีๆ ก็อาจเก็บภาพทะเลหมอกบนยอดตึกสูงๆ ได้เช่นกัน

ภาพถ่ายโดย Aleksandar Pasaric จาก Pexels

    • แสงเทพ

ส่วนแสงเทพนั้นบางครั้งก็เป็นการถ่ายภาพในจังหวะสำคัญ ที่ไม่ได้เกิดบ่อยครั้งนัก อย่างการถ่ายภาพฟ้าหลังฝน ซึ่งเป็นช่วงจังหวะที่แสงอาทิตย์ส่องลงมาบริเวณที่มีเมฆเกาะกลุ่มกันอยู่ แต่ก็มีไม่น้อยที่เป็นการจัดฉากเล็กๆ อย่างเช่นภาพถ่ายวิถีชนบทที่บางครั้งช่างภาพก็อาสัยควันเทียมหรือหมอกเทียมจากเครื่องมือต่างๆ มาสร้างสรรค์บรรยากาศและสร้างแสงเทพด้วยความตั้งใจ

ภาพถ่ายโดย Цвета Тишины จาก Pexels

 

2. เวลาไหนที่เหมาะกับการถ่ายภาพเมฆไหล ทะเลหมอก และแสงเทพ

ช่วงเวลาก็เป็นอีกหนึ่งเงื่อนไขสำคัญที่จะทำให้เราได้ภาพ Landscape สวยๆ อย่างที่ใจต้องการ ซึ่งช่วงเวลาที่เหมาะกับการถ่ายภาพ Landscape ที่ช่างภาพหลายคนเลือกจะตั้งกล้องเก็บภาพประทับใจกัน โดยมากแล้วจะเป็นช่วงเช้าตรู่ ไม่ก็ช่วงเย็น หรือก็คือช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้นหรือตกดินนั่นเอง เพราะแสงจากดวงอาทิตย์ในสองช่วงเวลานี้จะนุ่มนวลและไม่แข็งกระด้างแบบช่วงเวลาอื่น จึงมีโอกาสได้ภาพสวยๆ ได้ง่ายกว่านั่นเอง

นอกจากช่วงเวลาในรอบวันแล้ว ช่วงฤดูกาลในรอบปีก็ถือเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะในแต่ละฤดูนั่นสร้างความแตกต่างให้แก่ทัศนียภาพ รวมทั้งเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมของสถานที่ต่างๆ ไปได้ไม่น้อย อย่างประเทศไทยที่มี 3 ฤดูกาล ร้อน ฝน หนาว ที่รังสรรค์บรรยากาศให้แก่ภาพถ่ายแตกต่างกันออกไป บางสถานที่เหมาะไปในช่วงฤดูฝน แต่บางสถานที่กลับเหมาะกับการเก็บภาพในช่วงฤดูหนาวมากกว่า

โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่มีฤดูกาลที่แปลกและแตกแขนงออกไปอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้ผลิ ที่จะพลิกโฉมสถานที่เดิมๆ ให้มีหน้าตาเปลี่ยแปลงไป ซึ่งส่วนนี้ถ็ถือเป็นอีกหนึ่งความประทับใจที่ช่างภาพต้องการถ่ายทอดประสบการณ์และส่งต่อฤดูกาลที่หลากหลายผ่านภาพถ่าย Landscape ที่ถูกบันทึกเอาไว้

    • ทะเลหมอกและเมฆไหล

ถ่ายภาพทะเลหมอก ฤดูสุดฮิตคงหนีไม่พ้นฤดูหนาว ในช่วงเช้าตรู่ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น เพราะนอกจากจะมีโอกาสได้รับภาพทะเลหมอกสวยๆ หรือใช้อุปกรณ์ถ่ายภาพ Landscape เก็บเมฆไหลบนยอดภูเขาสูงแล้ว ช่วงเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ ก็เป็นฤดูต้อนรับนักท่องเที่ยวของอุทธยายแห่งชาติหลายๆ แห่งในประเทศ และเป็นช่วงเวลาสั้นๆ เพียงช่วงเวลาเดียวของอีกหลายแห่ง เพราะนอกจากช่วงนี้แล้วทางอุทธยานหลายพื้นที่มีการปิดเพื่อให้ธรรมชาติได้พักฟื้น

ภาพถ่ายโดย Abdullah Ghatasheh จาก Pexels

    • แสงเทพ

สำหรับแสงเทพจากธรรมชาติ ที่เป็นแสงอาทิตย์ซึ่งลอดออกมาจากไรเมฆนั้น จังหวะสำคัญจริงๆ อาจเป็นช่วงฟ้าหลังฝนที่เมฆที่เคยก่อตัวกำลังสลายหรือแยกกลุ่ม จนเกิดเป็นช่องว่างพอให้แสงอาทิตย์ลอดผ่านและสาดลงมาเป็นเส้นๆ หรือที่นิยมเรียกว่าแสงเทพ เพราะให้บรรยากาศคล้ายกับภาพวาดที่เทพหรือเทวดากำลังเดินทางมาสู่โลกมนุษย์ตามจินตนาการของจิตกร ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ค่อนข้างบ่อย

ภาพถ่ายโดย Jacob Colvin จาก Pexels

ส่วนแสงเทพที่จำลองขึ้นมาในฉากเล็กๆ หรือใต้ต้นไม้นั้น ส่วนใหญ่แล้วมีการเตรียมอุปกรณ์จำพวกควันจากน้ำแข็งแห้งหรือควันไฟจริงๆ รวมทั้งอุปกรณ์อย่างสเปรย์หมอก มาสร้างบรรยากาศในช่วงเช้าตรู่หรือช่วงพระอาทิตย์ขึ้น เพราะให้บรรยากาศที่คล้ายกับภาพจำลองของชนบทในอดมคติของคนไทยหลายคน โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงฤดูกาลใดเป็นการเฉพาะ แต่เป็นการจัดฉากขึ้นเอง

 

3. อุปกรณ์ถ่ายภาพที่จำเป็นสำหรับการถ่ายภาพเมฆไหล ทะเลหมอก และแสงเทพ

การถ่ายภาพ Landscape ที่สมบูรณ์แบบนั้น อุปกรณ์สำหรับถ่ายภาพ Landscape ก็จำเป็นไม่น้อยเลย เพราะเอฟเฟกต์บางอย่างในภาพจำเป็นต้องพึงพาอุปกรณ์บางประเภท เพื่อสร้างสรรค์ผลงานภาพ Landscape รวมทั้งภาพเมฆไหล ทะเลหมอก และแสงเทพที่ยอดเยี่ยมและน่าดึงดูดสายตา

    • ฟิลเตอร์ตัดแสงสะท้อน หรือ Polarized Filter (PL Filter)

PL Filter เป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่ช่างภาพสาย Landscape ต้องมีติดตัวและขาดไม่ได้เลย เพราะในหลายๆ สถานการณ์แสงสะท้อนจากดวงอาทิตย์ก็คอยบดบังรายละเอียดในส่วนสำคัญของภาพ เช่น แสงอาทิตย์ที่สะท้อนจนลบรายละเอียดของปุยเมฆหรือหมอกขาวจนขาวโพลนและดูแข็งกระด้าง หรือการถ่ายภาพรายละเอียดใต้ผิวน้ำทะเลหรือทะเลทราบ ที่มักถูกแสงอาทิตย์สะท้อนบริเวณผิวน้ำ กลบและบังรายละเอียดขององค์ประกอบต่างๆ จนหมดสิ้น ทำให้ภาพที่ได้ขาดเสน่ห์และไม่สมบูรณ์แบบ

โดย Polarized Filter มีทั้งแบบวงกลมสำหรับใส่เข้าหน้าเลนส์ ซึ่งสามารถหมุนตัวฟิลเตอร์ CPL เพื่อตัดแสงสะท้อนหรือเงาสะท้อนได้ ส่วน Polarized Filter แบบแผ่นก็มีให้เลือกตั้งแต่ 75mm System, 100mm System ไปจนถึง 150mm System สำหรับใช้งานร่วมกับฟิลเตอร์โฮลเดอร์ตามรุ่นของเลนส์ที่รองรับ

ภาพถ่ายโดย Vishal Shah จาก Pexels

    • ฟิลเตอร์ลดแสง หรือ Neutral Density Filter (ND Filter)

ND Filter เป็นฟิลเตอร์ลดแสงเพื่อประโยชน์ในการลากสปีดชัตเตอร์หรือ Long Exposure ซึ่งช่วยสร้างเอฟเฟกต์ของภาพถ่าย เช่น เมฆไหล ทะเลหมอก งภาพฝองนุ่มของผิวน้ำ รวมทั้งการถ่ายภาพแสงกลางคืนของรถยนตร์ที่จะมีเอฟเฟกต์แสงเป็นไฟเส้นยาวๆ ลากไปตามเส้นทางของถนน ซึ่งเป็นผลมาจากการเปิดรับแสงหรือใช้ชัตเตอร์สปีดที่นานกว่าปกติ

ซึ่งโดยทั่วไปแล้วช่างภาพสามารถปรับ Shutter Speed ได้จากตัวกล้องได้เลย แต่ปัญหาที่ตามมาสำหรับการถ่ายภาพ Landscape ในเวลากลางวัน การเปิดรับแสงนานๆ จะทำให้ภาพขาวโพลนจนไม่เห็นรายละเอียดอื่นๆ ของภาพเลย ซึ่งวิธีการชดเชยปัญหาดังกล่าวมีด้วยกันสองประการคือ การปรับรูรับแสงของเลนส์ให้แคบลง และการใช้ ND Filter ช่วยลดแสงอาทิตย์หรือแสงจากแหล่งกำเนิกแสงต่างๆ ลง จากนั้นค่อยตั้งค่าสปีดชัตเตอร์ตามความเหมาะสม

ภาพถ่ายโดย Pixabay จาก Pexels

    • ฟิลเตอร์ครึ่งซีก หรือ Graduated Neutral Density Filter (GND Filter)

นอกเหนือจากการใช้งาน ND Filter เพื่อลากชัตเตอร์สปีดหรือถ่ายภาพแบบ Long Exposure แล้ว บางครั้งในการถ่ายภาพ Landscape ส่วนมืดกับส่วนสว่างก็มีความเปรียบต่างกันสูง บ้างก็ได้ภาพในส่วนสว่างที่พอเหมาะแต่ในส่วนมืดก็เก็บรายละเอียดไม่ได้เลยเพราะมืดเกินไป กลับกันหากต้องการเก็บรายละเอียดในส่วนมืด ส่วนสว่างของท้องฟ้าหรืออื่นๆ ก็อาจจ้าจนมองไม่เห็นรายละเอียดเช่นกัน

GND Filter หรือฟิลเตอร์ครึ่งซีก จึงเข้ามาตอบโจทย์และแก้ไขปัญหากวนใจให้ช่างภาพ Landscape รวมทั้งผู้ที่ต้องการถ่ายภาพเมฆไหล พระอาทิตย์ขึ้น-ตก ทะเลหมอก รวมทั้งแสงเทพ ด้วยการแบ่งครึ่งซีกของฟิลเตอร์เพื่อกรองแสงในส่วนสว่างและลดแสงที่ผ่านเข้ามา ส่วนอีกครึ่งซีกเป็นฟิลเตอร์ใสที่ปล่อยให้แสงผ่านได้ตามปกติ ซึ่ง GND ก็มีทั้งแบบ Soft, Medium, Hard และแบบ Reverse ขึ้นอยู่กับประเภทการใช้งานและประเภทงานที่ต้องการจะถ่าย โดยสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ลิงก์นี้

ภาพถ่ายโดย Marek Piwnicki จาก Pexels

จากที่กล่าวมาทั้ง PL Filer, ND Filer และ GND Filter เป็นส่วนสำคัญในการสร้างสรรค์ผลงานภาพถ่าย Landscape ของช่างภาพ และยังเป็นอุปกรณ์คู่กายของคนที่ต้องการถ่ายภาพเมฆไหล ทะเลหมอก และแสงเทพที่ขาดไม่ได้เลย โดยการใช้งานร่วมกับฟิลเตอร์โฮลเดอร์หรือ Filter Holder ที่สามารถรวมการใช้งานของฟิลเตอร์ทั้งสามแบบเข้าไว้ด้วยกัน โดยตัวโฮลเดอร์ก็มีทั้ง 75mm System, 100mm System ไปจนถึง 150mm System ขึ้นอยู่กับรุ่นของเลนส์และเภทเภทที่ใช้งาน

©Nasim Mansurov

4. เลนส์ถ่ายภาพเมฆไหล ทะเลหมอก และแสงเทพ

ช่างภาพโดยส่วนใหญ่นิยมใช้เลนส์มุมกว้างตั้งแต่ระยะ Ultra Wide และ Wide Angler ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ช่วงเวลาที่มีทางยาวโฟกัส น้อยกว่า 9mm ไปจนถึงประมาณ 24mm เนื่องจากเป็นช่วงเลนส์ที่ให้ภาพมุมกว้างและสามารถเก็บรายละเอียดของภาพวิวทิวน์ในส่วนต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ซึ่งเลนส์ถ่ายภาพ Landscape ส่วนใหญ่ไม่ค่อยยึดติดกับประเด็นที่ว่า ต้องเป็นเลนส์ออโต้โฟกัสเท่านั้น เพราะในการถ่ายภาพของช่างภาพส่วนใหญ่มักนิยมตั้งค่ากล้องและเลนส์ในโหมด Manual เพื่อความมั่นใจและความเที่ยงตรงที่สุด

จึงไม่แปลกหากจะเห็นว่าในตลาดปัจจุบันยังมีผู้ผลิตเลนส์ Manual หรือเลนส์มือหมุนหลายรายยังคงเปิดตัวเลนส์ถ่ายภาพ Landscape ที่เป็นเลนส์ระบบมือหมุนออกมาอย่างต่อเนื่อง เพราะนอกจากทำให้เลนส์กลุ่มนี้มีราคาไม่สูงมาก ก็ยังเป็นการมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาคุณบัติและฟังก์ชันของเลนส์ ตัวอย่างเลนส์ Laowa Zero-Distortion ที่โดดเด่นเรื่องการจัดการมุมภาพและความเที่ยงตรงของภาพ ซึ่งทำให้ภาพ Landscape สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

ภาพถ่ายโดย George Becker จาก Pexels

เลนส์ถ่ายภาพ Landscape คุณภาพสูงในราคาที่จับต้องได้ก็มีตัวเลือกมากมาย

 

5. ตัวช่วยสำหรับช่างภาพ Landscape มือใหม่

สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งทำความรู้จักกับฟิลเตอร์ประเภทต่างๆ รวมทั้งโฮลเดอร์ฟิลเตอร์ที่ใช้งานร่วมกับแผ่นฟิลเตอร์ขนาดต่างๆ อาจยังไม่เข้าใจหลักการการตั้งค่ากล้อง ที่เกี่ยวข้องกับสปีดชัตเตอร์ ค่ารูรับแสง และค่าอื่นๆ ทาง NiSi ก็มีตัวช่วยอย่าง NiSi Bluetooth Remote Control ที่จะคอยเป็นไกด์แนะนำว่าควรปรับตั้งค่ากล้องของเรายังไงเมื่อใช้งาร่วมกับฟิลเตอร์ประเภทต่างๆ ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากกับมือใหม่ที่ต้องการผู้ช่วยส่วนตัวในการถ่ายภาพ Landscape

 

6. อย่าลืมพกขาตั้งกล้องที่แข็งแรงๆ สักตัว

แน่นอนว่าอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ห้ามลืมเด็ดขาด หากเพื่อนๆ จะออกไปถ่ายภาพ Landscape ไม่ว่าจะเป็นภาพเมฆไหล ทะเลหมอก และภาพแสงเทพ คือขาตังกล้องที่แข็งแรงๆ สักตัว ที่เหมาะกับขนาดของกล้องและอุปกรณ์เสริม ซึ่งหากใช้กล้องกับเลนส์ที่มีน้ำหนักไม่มาก ก็ไม่จำเป็นต้องพกขาตั้งกล้องตัวใหญ่เทอะทะ พกไปเท่าที่เหมาะกับการใช้งานของเราก็พอ

©Nasim Mansurov

 

สนใจอุปกรณ์ถ่ายภาพ Landscape ติดต่อได้ที่บริษัท Camera Maker เราเป็นตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์ถ่ายภาพชั้นนำในประเทศไทย

ติดต่อ Line ID : @cameramaker

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Main Menu